วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

BlackBerry App World โหลดทะลุ 1,000 ล้านครั้ง







ริม (Research In Motion) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอรี่ประกาศว่าร้านจำหน่ายแอปพลิเคชัน BlackBerry App World มียอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเกิน 1,000 ล้านครั้งแล้วหลังจากเปิดให้ชาวบีบี 100 ประเทศทั่วโลกดาวน์โหลดมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

BlackBerry App World นั้นเป็นร้านแอปพลิเคชันออนไลน์ที่ริมเตรียมไว้สำหรับให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแบล็กเบอรี่และแท็บเล็ต BlackBerry PlayBook เข้ามาดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่สนใจไปใช้งาน โดยริมระบุว่า BlackBerry App World มีปริมาณการดาวน์โหลดเฉลี่ย 3 ล้านครั้งต่อวัน ถือเป็นตัวเลขที่แสดงว่าชาวบีบีทั่วโลกตื่นตัวกับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การประกาศความสำเร็จของริมในครั้งนี้กลับถูกขโมยซีนโดยแอปเปิล (Apple) ซึ่งประกาศกาอนหน้านี้ไม่กี่วันว่ายอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนร้าน App Store ซึ่งเป็นร้านที่แอปเปิลเปิดให้ผู้ใช้ไอโฟน ไอพ็อด และไอแพด เข้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาตั้งแต่ปี 2008 นั้นมีจำนวนเกิน 15,000 ล้านครั้งแล้ว

ที่สำคัญ มีการเปรียบเทียบว่า แอปเปิลสามารถทำยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 1,000 ล้านครั้งได้โดยใช้เวลาเพียง 9 เดือน เทียบกับริมที่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี โดยร้าน App Store ของแอปเปิลนั้นมียอดดาวน์โหลด 5,000 ล้านครั้งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ก่อนจะทำสถิติเกิน 10,000 ล้านครั้งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

นอกจากร้าน App Store ของแอปเปิล ร้านของริมยังมีอัตราการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่ำกว่าร้าน Android Market ของกูเกิล โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กูเกิลประกาศว่าชาวแอนดรอยด์เข้ามาดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Android Market เกิน 4,500 ล้านครั้ง คาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือนหรือ 60 วัน เท่านั้นในการทำสถิติ 1 พันล้านถัดไป

ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนั้นสะท้อนความหมายทั้งในแง่ของการทำรายได้และพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค กรณีของริมที่ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามหลังแพลตฟอร์มคู่แข่ง แปลว่าสมาร์ทโฟนแบล็กเบอรี่ยังด้อยกว่าไอโฟนและแอนดรอยด์โฟนในเรื่องแอปพลิเคชัน ซึ่งทำรายได้ให้ริมและบริษัทพัฒนาอิสระน้อยลงตามไปด้วย



ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 14 ก.ค.54

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กระทรวงฯ ไอซีที เดินหน้าอบรม พรบ.คอม50

ก.ไอซีที เดินหน้าให้ความรู้ความเข้าใจ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์



ก.ไอซีที เดินหน้าให้ความรู้ความเข้าใจ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
            นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยในการแถลงข่าวการจัดอบรมโครงการให้ความรู้ความเข้าใจ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” ว่า ภายหลังจากที่กระทรวงฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการกับ 5 สถาบันการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้ความเข้าใจ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในกฎหมายฉบับนี้  ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกที่ดีในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างถูกต้องไปตั้งแต่ปี 2552 และได้มีการจัดประชุมทางวิชาการในเรื่องหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ ที่จะนำไปเผยแพร่ต่อประชาชนในทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมทั่วประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งมีผู้เข้าอบรมจำนวนทั้งสิ้น 302  คน มีการประเมินผลการอบรมดังกล่าวไว้ในระดับดีมาก
           “การจัดอบรมโครงการให้ความรู้ความเข้าใจ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ครั้งแรกนั้น ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี และมีผู้ที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมการอบรมฯ มากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ คือ 250 คน ดังนั้น ในปีนี้ กระทรวงฯ จึงจะจัดการฝึกอบรมขึ้นอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2554 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ วิทยากรขององค์กรต่างๆ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จำนวน 250 คน เพื่อให้เป็นผู้แทนไปเผยแพร่แก่บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งการอบรมจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ การอบรมภาคทฤษฎี และการอบรมภาคปฏิบัติ” นายธานีรัตน์ กล่าว
           สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาต่างๆ นั้น มหาวิทยาลัยที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มเติม ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกริก วิทยาลัยทองสุข มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมทั้งได้มีภาคประชาชนให้ความสนใจเข้ามาร่วมโครงการฯ ในลักษณะของอาสาสมัครภาคประชาชน คือ องค์การความมั่นคงทางอินเทอร์เน็ต             “การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงไอซีที ที่ต้องดำเนินการเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนอันเนื่องจากการไม่รู้ ไม่เข้าใจในกฎหมาย  นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีหน้าที่ในการขยายเครือข่ายภาคีความร่วมมือกับสถาบันต่างๆ ในการเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมฯ ให้แก่ประชาชนไปในวงกว้างและทั่วถึงในทุกภาคส่วนของสังคม โดยมีกระทรวงฯ เป็นศูนย์กลางในการอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคประชาชนในการขยายเครือข่ายดังกล่าว อันจะนำมาซึ่งความมั่นคง ปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตของประเทศ และถ้าประชาชนมีความมั่นใจในการใช้อินเทอร์เน็ตก็จะก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ อีกมากมายมหาศาล” นายธานีรัตน์ กล่าว